แผนพัฒนาสามปี พ.ศ. 2558-2560


แผนพัฒนาสามปี
เทศบาลตำบลนาอาน
.ศ.  ๒๕๕๘ - ๒๕๖๐
………………………………………….………

 

ส่วนที่ ๑

บทนำ

 
.  ลักษณะของแผนพัฒนาสามปี
​          ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำและประสานแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ. ๒๕๔๘  กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดทำแผนพัฒนา  ๒ ประเภท  ดังนี้
​          ๑.๑  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  หมายถึง  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ที่กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ซึ่งประกอบด้วยการแสดงวิสัยทัศน์  พันธกิจและจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในอนาคต  โดยจะสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  แผนพัฒนาจังหวัด  และแผนพัฒนาอำเภอ
​          ๑.๒  แผนพัฒนาสามปี  หมายถึง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้อง-ถิ่น  ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  อันจะมีลักษณะเป็นการกำหนดรายละเอียดแผนงาน  โครงการพัฒนา  ที่จะจัดทำขึ้นสำหรับปีงบประมาณของแต่ละปี  ซึ่งมีความต่อเนื่องและเป็นแผนก้าวหน้า ครอบคลุมระยะเวลาสามปี  โดยจะมีการทบทวนเพื่อปรับปรุงแผนเป็นประจำทุกปี

​          - การจัดทำแผนพัฒนาสามปี จะมีความเชื่อมโยงกับการจัดทำงบประมาณประจำปีอย่างใกล้ชิด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำงบประมาณในระบบมุ่งเน้นผลงาน
​          - แผนพัฒนาสามปี จะเป็นการแปลงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น ไปสู่การปฏิบัติ โดยในยุทธศาสตร์การพัฒนาหนึ่ง ๆ จะมีแนวทางการพัฒนาหลายแนวทางด้วยกัน และภายใต้แนวทางหนึ่ง ๆ จะมีหลายโครงการ/กิจกรรมที่จะต้องดำเนินการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนาที่ต้องการประกอบกับแผนพัฒนาสามปีนั้น เป็นแผนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องใช้เป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณเป็นไปด้วยความถูกต้อง รอบคอบ และที่สำคัญประชาชนได้มีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น
 
๒.  วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผนพัฒนาสามปี

​          ๑.  เพื่อแสดงความสัมพันธ์เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน  ระหว่างแผนยุทธศาสตร์พัฒนาแผนพัฒนาสามปี  และการจัดทำงบประมาณประจำปี
​          ๒.  เพื่อเป็นการจัดเตรียมโครงการพัฒนาต่าง ๆ ให้อยู่ในลักษณะพร้อมที่จะบรรจุอยู่ในเอกสารงบประมาณประจำปี  และสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีเมื่องบประมาณได้รับการอนุมัติ
​          ๓   เพื่อแสดงแนวทางการพัฒนาในช่วงสามปี   ที่มีความสอดคล้องกัน และสามารถตอบสนองต่อ
ความต้องการของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ

 .  ขั้นตอนในการจัดทำแผนพัฒนาสามปี
​          ๓.๑  การเตรียมการจัดทำแผน
​          ​          กำหนดการจัดทำแผนโดยอาศัยบุคลากรที่มีอยู่  และมีกำหนดการในการทำงานตามแผนงานให้ชัดเจน  พร้อมทั้งมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผน  เพื่อให้ทุกฝ่ายทราบถึงภารกิจหน้าที่  วัตถุประสงค์  และเป้าหมายของการจัดทำแผน  เพื่อสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ต่อไป

​          ๓.๒  การคัดเลือกยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา

​          ​          การจัดทำแผนพัฒนาสามปีนั้น  จะต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนแผนพัฒนา

ทุกปี  โดยจะพิจารณาจากโครงการ/กิจกรรมที่กำหนดไว้  ยังมีความเหมาะสมอยู่หรือไม่  โดยสามารถจะแก้ไข  หรือเพิ่มเติม  ตัดทอนในโครงการ/กิจกรรม  ได้ตามความเหมาะสมโดยให้คำนึงถึงงบประมาณรายรับ - รายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ทรัพยากรบริหารอื่นๆ โดยแยกประเภทของโครงการ/กิจกรรม  ออกเป็นประเภท  เช่น  โครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการเองได้    และโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอุดหนุนให้หน่วยงานอื่นดำเนินการให้  และโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น  เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่  หรือเป็นโครงการที่หน่วยงานดังกล่าวเป็นหน่วยงานปฏิบัติ

๓.๓  การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
​          ๑)  การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการประชุมประชาคมหมู่บ้าน  เพื่อให้ทราบถึงสภาพปัญหา และความต้องการของคนในท้องถิ่น  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนการพัฒนา  ซึ่งจะสามารถพัฒนาได้อย่างถูกต้อง  ตรงตามความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด
​          ๒) วิเคราะห์ข้อมูล โดยการประเมินผลการพัฒนาที่ผ่านมาว่า สามารถพัฒนาได้ถูกต้อง รวดเร็วมี  ประสิทธิภาพ  และเกิดประสิทธิผลเพียงใด  พร้อมทั้งพิจารณาข้อดี  ข้อเสีย  ที่ควรปรับปรุงแก้ไข  รวมทั้งการคัดเลือกยุทธศาสตร์  และแนวทางการพัฒนา  โครงการ/กิจกรรม ที่สอดคล้องกับปัญหาความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นรวมทั้งการจัดลำดับความสำคัญของแนวทางการพัฒนา  โดยพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วน โครงการที่จะต้องดำเนินการโดยเร็ว  และเป็นโครงการ/กิจกรรม  ที่คุ้มค่ากับการลงทุนและประชาชนจะได้รับประโยชน์มากที่สุดมาใช้เป็นหลักในการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป
 
๔.  ประโยชน์ของการจัดทำแผนพัฒนาสามปี
​          ในการจัดทำแผนพัฒนาสามปีของเทศบาลนั้น เป็นการพิจารณาและกำหนดแนวทางปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายที่พึงประสงค์ และเป็นการคาดเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต และตัดสินใจเลือกแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด โดยผ่านกระบวนการคิดก่อนทำ (ความพยายามที่เป็นระบบ) เป็นการลดความไม่แน่นอนและปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เกิดการยอมรับแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาในองค์การ ทำให้การดำเนินการขององค์การบรรลุถึงเป้าหมายที่ปรารถนา  ลดความสูญเปล่าของหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนเพราะการวางแผนทำให้มองเห็นภาพรวมขององค์การที่ชัดเจน และยังเป็นการอำนวยประโยชน์ในการจัดระเบียบขององค์การให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานมากยิ่งขึ้น และทำให้เกิดความแจ่มชัดในการดำเนินงาน เนื่องจากการวางแผนเป็นการกระทำโดยอาศัยทฤษฎี  (Theory) หลักการ (Concept) และงานวิจัยต่าง ๆ (a rational approach) มาเป็นตัวกำหนดจุดมุ่งหมาย  และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในอนาคต กล่าวได้ว่า  ไม่มีองค์กรใดที่ประสบความสำเร็จได้ โดยปราศจากการวางแผน  ดังนั้น  การวางแผนจึงเป็น ภารกิจอันดับแรกที่มีความสำคัญ ของกระบวนการจัดการที่ดี  และการวางแผนพัฒนาสามปีที่ดี  ย่อมส่งผลให้เกิดประโยชน์ดังต่อไปนี้
​          ​          1. บรรลุจุดมุ่งหมาย (Attention of Objective) มีทิศทางไปยังจุดมุ่งหมายที่กำหนด
ไว้โดยอย่างสะดวกและเกิดผลดี
​          ​          2. ประหยัด (Economic Operation) ทำให้ฝ่ายต่างๆมีการประสานงาน มีการใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรต่างๆ อย่างคุ้มค่า เป็นการลดต้นทุนก่อให้เกิดการประหยัดแก่องค์กร
 ​          ​          ๓. ลดความไม่แน่นอน (Reduction of Uncertainty)   การวางแผนที่มีประสิทธิภาพเป็นผลมาจากการวิเคราะห์พื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นแล้ว   ทำการคาดคะเนเหตุการณ์ในอนาคต   และได้หาแนวทางพิจารณาป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว
​          ​          ๔. เป็นเกณฑ์ในการควบคุม   (Basis of Control)   ถ้าไม่มีการวางแผนก็ไม่สามารถมีการ
ควบคุม  กล่าวคือ แผนกำหนดจุดมุ่งหมายและมาตรฐานการปฏิบัติงานในหน้าที่การควบคุม
​          ​          ๕. ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ (Encourages innovation and Creativity)   
การวางแผนเป็นพื้นฐานด้านการตัดสินใจและเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดแนวความคิดใหม่ ๆ  (นวัตกรรม)  และความคิดสร้างสรรค์
​          ​          ๖. พัฒนาแรงจูงใจ   (Improves Motivation)   การวางแผนยังเป็นเครื่องมือฝึกและพัฒนา
แรงจูงใจที่ดีสำหรับผู้บริหารในอนาคต
​          ​          ๗. พัฒนาการแข่งขัน (Improves Competitive Strength)   การวางแผนจะเกี่ยวข้องกับการ
ขยายขอบข่ายการทำงาน   เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน   ปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
​          ​          ๘. ทำให้เกิดการประสานงานที่ดี   (Better Coordination)   กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดวางไว้มุ่งไปสู่
จุดหมายเดียวกันมีการจัดประสานงานในฝ่ายต่าง ๆ   ขององค์การเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในงานแต่ละฝ่ายขององค์การ

 
******************************
 
 
 
 
ส่วนที่  ๒

สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานของเทศบาลตำบลนาอาน

 
ประวัติตำบลนาอาน
                    ความหมายของชื่อตำบล
                          นา  หมายถึง  พื้นที่ราบทำเป็นคันดินสำหรับปลูกข้าว
                          อาน  หมายถึง  เครื่องรับนั่งบนหลังสัตว์พาหนะ เช่น บนหลังม้า เรียกว่า อานม้า 
                                             หรือเรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะเช่นนี้
                         นาอาน  คงหมายถึงทุ่งนาซึ่งมีลักษณะแอ่งตรงกลางคล้ายอาน  ซึ่งเรียกว่า  นาอาน 
                          ชื่อหมู่บ้านใกล้ทุ่งนานี้จึงถูกเรียกว่า  นาอาน  และเอาชื่อหมู่บ้านนาอานเป็นชื่อตำบลด้วย        
 
ประวัติความเป็นมาของการตั้งชื่อตำบล
                    มีเรื่องเล่ากันต่าง ๆ  มาว่า  มีพ่อค้าขี้ม้าคุมลูกหาบมาค้าขาย  และพักนอนที่ริมนาบ้านนาอาน  ขณะที่นอนพักผ่อนอยู่ได้ถอดอานม้าออกผึ่งแดดไว้  พ่อค้าได้มองไปพบเนินลูกหนึ่งมีลักษณะคล้ายอานม้าของตนเอง  จึงเรียกลูกหาบมาช่วยกันดูเนินลูกนั้น  ทุกคนมีความคิดเห็นตรงกันจึงได้เรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า  หมู่บ้าน   นาอาน  บ้านนาอานเป็นหมู่บ้านเก่าแก่กว่าทุกหมู่บ้านเมื่อแบ่งเขตการปกครองจึงได้ตั้งชื่อตามหมู่บ้านเดิม  คือตำบลนาอาน
                                                                        (นายทวี  เขียนศรีอ่อน)
 
หมู่บ้านติดต่อ หมู่ ๑
                    ความหมายของชื่อหมู่บ้าน
                   ชื่อของหมู่บ้านตั้งขึ้นตามประวัติตอนตั้งหมู่บ้านใหม่ ๆ โดยมีพระสงฆ์องค์หนึ่งไม่ทราบชื่อ  ได้มาแอบสึกจากพระมาเป็นฆราวาส ( ซึ่งเรียกว่าทิด )  กับตอไม้ซึ่งไม่ทราบแน่นอนว่าเป็นตอไม้แคนหรือตอไม้สะพุงกันแน่นจึงเรียกว่าบ้าน  ทิดตอ  และต่อมาเลยเพี้ยนมาเป็น  บ้านติดต่อ  มาจนถึงปัจจุบันสถานที่หรือสิ่งที่สวยงามตามธรรมชาติ
                   บุ่งใหญ่
                  เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่เกือบเท่ากุดป่อง  เวลาน้ำเลยขึ้นมามาก ๆ  น้ำจากน้ำเลยจะไหลวกเข้ามาเต็มบุ่งและเวลาน้ำเลยแห้ง  จะมีน้ำขังอยู่ภายในบุ่งใหญ่  สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ตลอดปี  มี  ปลา  กุ้ง  อุดมสมบูรณ์มาก  เป็นแหล่งทำมาหากินสำหรับหมู่บ้านนี้
 
                    รูปร่างลักษณะโดยสังเขป
                   มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับกุดป่องมาก  มีเกาะอยู่ตรงกลางเช่นเดียวกับกุดป่องมีราษฎรไปทำสวนปลูกพืชอยู่ภายในบริเวณเกาะด้วย
                                                                        (นายพรหมมี  ศิริกัณรัตน์)
 

 
หมู่บ้านขอนแดง หมู่ ๒
                    ความหมายของชื่อหมู่บ้าน
                   ไม้แดง  เป็นไม้ยืนต้นประเภทเนื้อแข็ง  จำพวกไม้ประดู่  เต็งรัง  ตะเคียน ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับปลูกสร้างบ้านเรือน  อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ  นอกจากนั้นยังใช้เป็นสินค้าอีกด้วย  คำว่า  ขอน  เป็นภาษาพื้นบ้านแทนคำว่า  ท่อน  ( ขอน  หมายถึง   ท่อนไม้ที่ยังไม่ได้ถากกล่อมให้รูปที่ต้องการ  แดง  เป็นชื่อต้นไม้ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง  เปลือกและแก่นมีลักษณะสีแดง  เนื้อไม้แข็งใช้เลื่อยทำบ้านเรือนได้ดี  ขอนแดง  หมายถึง  หมู่บ้านที่มีขอนไม้แดงอยู่ในบริเวณบ้าน )
ประวัติความเป็นมาของการตั้งชื่อหมู่บ้าน
                   มีผู้เล่ามาว่าในระยะที่มีคนอพยพมาจากหมู่บ้านนาอาน  มาตั้งรกรากในพื้นที่นี้  ได้พบขอนไม้อยู่ท่อนหนึ่ง  มีขนาดใหญ่วัดโดยรอบได้  ๔  อุ้ม  จมอยู่ในพื้นดินและรอบบริเวณนั้นเป็นป่าดงดิบ  มีสัตว์ป่านานาชนิด  ชาวบ้านไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปทำลายได้  ต่อมาได้มีหมอผี  (คนที่เก่งทางด้านไสยศาสตร์ )  ได้ไปจับจองที่ดินบริเวณนั้น  พร้อมกับได้สำรวจว่าขอนไม้นั้นเป็นไม้ชนิดใด  จึงได้ทราบว่าเป็นไม้แดง  เมื่อมีคนอพยพมาอยู่เพิ่มขึ้น  จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านขอนแดง  ตามชื่อของขอนไม้ท่อนนั้น
                                                                        ( นายโส  ดานุรักษ์ )
หมู่บ้านแหล่งควาย หมู่ ๓
                  ความหมายของชื่อหมู่บ้าน
                   แหล่ง  หมายถึง  ที่ตั้ง , ที่อยู่ , ที่วาง
                  ควาย  หมายถึง  สัตว์สี่เท้าคู่กับวัว  สัตว์จำพวกม้า  แต่โตกว่า  วัวหนังสีดำและเผือกเขายาวโง้ง
                  แหล่งควาย  หมายถึง  ที่อยู่ของสัตว์จำพวกควาย  คือ  ควายมาอยู่อาศัยเป็นประจำเมื่อตั้งหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ควายอยู่อาศัยประจำ  จึงเรียกหมู่บ้านว่า  บ้านแหล่งควาย
 
ประวัติความเป็นมาของการตั้งชื่อหมู่บ้าน
                   จากคำบอกเล่าของนางหัน  ดานุรักษ์  อายุ  ๘๘ ปี  และนายคำพัน  วงศ์ป้อง  อายุ  ๘๔ ปี  ได้เล่าว่า  เมื่อ ๘๐-๙๐  ปีก่อนโน้น  ชาวบ้านขอนแดงและนาอาน  จะนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยในป่าดง  ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านแหล่งควายอยู่เดี๋ยวนี้  โดยไม่ได้เลี้ยงหรือเฝ้าดูแลเลย  และฝูงควายทั้งหลาย  ซึ่งมีจำนวนนับพัน ๆ ตัวก็พากันหากินตามประสาของสัตว์  จนไปถึงภูเขาที่ชาวบ้านเรียกว่าภูใหญ่ และภูซำควาย  พอตกเย็นฝูงควายนับพัน ๆ ตัวนี้  ก็จะมารวมกันนอนตามป่าไผ่  หรือดงไผ่จนทำให้ป่าไผ่ร่มรื่นเป็นลานเตียน  ส่วนเจ้าของควายก็จะไปคอยดูเป็นครั้งคราวเท่านั้น  ควายจะอยู่หรือไม่อยู่เขาก็ถือว่าเป็นธรรมดา  เพราะสมัยนั้นไม่มีโจรผู้ร้ายเลย
                   ต่อมาพ่อตู้บุน  พ่อตู้เพียแก้ว  พ่อตู้อำเภอ  พ่อตู้ผิว  พ่อเฒ่าสีสุดโธ  พ่อโซ้นแสน  พ่อลี  พ่อตู้เซียงปั่น  ฯลฯ  เห็นว่าป่าซึ่งฝูงควายมานอนกันนี้พอทำไร่ทำนาได้  ก็เริ่มเข้าทำไร่ทำนาปลูกที่พัก  ( เถียงไร่เถียงนา )  อาศัยชั่วคราวเวลามาทำไร่ทำนาในฤดูฝน  พอเก็บเกี่ยวผลผลิตในแต่ละปีได้แล้วก็กลับไปอยู่บ้านขอนแดง  นาอาน  เป็นปี ๆ ไป  ต่อมาพ่อตู้ทั้งหลายดังกล่าวเห็นว่ากลับไปบ้านเดิมดังกล่าว  เป็นการลำบากและเสียเวลาในการไปมา  จึงสร้างที่พักใหม่ขึ้น  และก็มีผู้คนอพยพมาอยู่กันเป็นปึกแผ่นเพิ่มมากขึ้น  จึงให้ชื่อว่า  หมู่บ้านแหล่งควาย  มาจนทุกวันนี้  ตั้งหมู่บ้านเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัดสถานที่หรือสิ่งสวยงามตามธรรมชาติ
 
                    ห้วยเบี้ย
                   ความหมายของชื่อและประวัติ  เหตุที่ได้ชื่อว่าห้วยเบี้ย  ก็เพราะชาวบ้านพากันมาขุดและร่อนหาทองคำจากดินทรายท้องลำห้วย  ก็ปรากฏว่าได้ทองคำกันทุกคนในแต่ละวันโตเท่าหมากเบี้ย  ( หมากเบี้ยนี้ผู้เขียนก็ไม่เคยเห็น )  จึงได้ถามแล้วก็ได้คำตอบว่าโตเท่ากับปลายนิ้วชี้และมีร่องตรงกลางและได้ถามต่อไปว่ามีหมากเบี้ยไว้ทำไม  ก็ได้รับคำตอบว่า  สมัยนั้นนักเล่นการพนัน ( เล่นเบี้ย ) ก็ใช้หมากเบี้ยนี้แหละเล่นกันจริง ๆ แต่สมัยนี้การเล่นเบี้ย เขาใช้เมล็ดมะขามแทนแล้ว (ห้วยเบี้ย  อาจมีหอยเบี้ย ซึ่งสมัยก่อนใช่แทนเงินก็ได้ )
                    ห้วยบั้งทิง
                   ความหมายของชื่อ  เหตุที่ได้ชื่อว่า  ห้วยบั้งทิง  ก็เพราะว่าห้วยนี้เต็มไปด้วยไม้ไผ่ลำโต ๆ ชาวบ้านจึงพากันมาตัดเอาไม้ไผ่ลำโต ๆ นี้แหละไปทำภาชนะบรรจุน้ำไปรับประทานตามไร่ตามนา  และตามบ้านเพราะสมัยนั้นยังไม่มีครุถัง  ชาวบ้านจึงเรียกว่า  บั้งน้ำบั้งทิงและอีกเหตุหนึ่ง  คือชาวบ้านไปร่อนคำ (เล่นคำ) ที่โสกคำ  ได้ทองคำมากจนนำไปบรรจุใส่บั้งทิงหาบกลับไปบ้าน  จึงได้ชื่อว่าห้วยบั้งทิงมาจนทุกวันนี้                                                                 
                                                                                      ( นางหัน  ดานุรักษ์ )
 
หมู่บ้านฟากนา หมู่ ๔
                   ความหมายของชื่อหมู่บ้าน
                   ฟาก  หมายถึง  ฝั่ง , ข้าง
                   นา  หมายถึง  พื้นที่ราบทำเป็นคันสำหรับปลูกข้าว  หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ริมทุ่งนาทางอี&a

26/10/2016

567

ดูครั้ง

เทศบาลตำบลนาอาน

999 หมู่ที่ 6   ตำบลนาอาน  อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย 42000 
เบอร์โทรศัพท์ 042-833514 เบอร์แฟกส์ 042-833514

http://www.naan.go.th

Facebook